Generative AI สำหรับมือใหม่

โมดูล 1: บทนำสู่ปัญญาประดิษฐ์

สวัสดีและยินดีต้อนรับ ลองนึกถึง “เครื่องคิดเลข” ที่ไม่ได้ทำแค่บวก-ลบ แต่ “เรียนรู้ได้” เข้าใจสิ่งที่เราเขียน รู้ว่าภาพนั้นมีอะไร หรือทำได้ยันเดาสภาพอากาศได้ นี่แหละคือปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

 

AI คืออะไร
AI คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้คอมพิวเตอร์ทำงานที่ปกติมีแต่มนุษย์ที่ทำได้ เช่น การเข้าใจ ใช้เหตุผล เรียนรู้ และตัดสินใจ ตัวอย่างเช่น เราใช้ AI แล้วตอนที่มือถือช่วยแปลภาษา กล้องตรวจจับรอยยิ้มได้ หรืออย่างตอนโปรแกรมช่วยเช็คคำสะกดผิด หรือแนะนำคำที่ควรใช้ให้

 

แต่ต้องจำไว้ให้ขึ้นใจว่า AI ไม่ใช่คน ไม่มีความรู้สึกหรือเจตนาต่างๆ มันเป็นแค่ “เครื่องมือ” เป็นเหมือนผู้ช่วยที่ไร้ตัวตนที่ช่วยเราทำงานต่างๆที่ต้องใช้สมอง เช่น อ่าน เขียน และวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ

ประวัติของ AI โดยย่อ

ปัญญาประดิษฐ์นี่ไม่ได้เริ่มมาจากสมาร์ทโฟน แต่ว่ามันมีมาตั้งนานแล้วนับสิบปี ในช่วงแรกๆมันถูกสร้างขึ้นมาให้เป็นโปรแกรมง่ายๆ เช่น โปรแกรมเล่นหมากรุก หรือไว้คำนวณโจทย์เลขต่างๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปมันก็พัฒนาและเรียนรู้จากประสบการณ์

 

ทุกวันนี้ เรามีผู้ช่วยที่สั่งงานด้วยเสียงอย่าง สิริ alexa หรือ google assistant หุ่นยนต์ที่เดินไปมาในบ้าน รถที่สามารถบอกสิ่งกีดขวางได้ ไปจนถึงระบบช่วยแพทย์วินิจฉัย เรื่องพวกนี้ไม่ได้อยู่แค่ในห้องแล็บอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องมือที่เราใช้จริงในชีวิตทุกที่ทุกเวลา

AI ในชีวิตประจำวัน

ถ้าหากไม่สังเกตดีๆเราอาจจะไม่รู้เลยว่าเราใช้ AIในทุกๆวันกันอยู่แล้ว อย่างตอนที่ Netflix ช่วยแนะนำหนังต่างๆ หรือตอนที่ Google Maps หาเส้นทางที่เร็วที่สุดให้เรา หรือตอนที่โทรศัพท์ช่วยแก้คำสะกดให้ หรือแม้แต่สมาร์ทวอทช์คอยแทร็กสุขภาพของเรา และแอปต่างๆที่สามารถแปลภาษาได้แบบเรียลไทม์

 

สรุปสั้นๆ AI อยู่รอบตัวเรามาตลอด เราอาจจะมองไม่เห็นมันแต่มันอยู่ตรงนั้นมาตลอดและคอยช่วยให้เรื่องต่าง ๆ ให้ง่ายและเร็วขึ้น

และในตอนนี้ที่เราเข้าใจว่า AI คืออะไร มีผลกับชีวิตเรายังไง เรามาดูกันต่อดีกว่าว่า generative ai มันพิเศษยังไง

โมดูล 1 บทนำสู่ปัญญาประดิษฐ์ หรือ

1 / 3

ปัญญาประดิษฐ์คืออะไรในคำง่ายๆ

2 / 3

ข้อไหนคือตัวอย่างการใช้ AI ในชีวิตประจำวัน

3 / 3

ประโยคไหนเกี่ยวกับ AI ในที่นี้ไม่ถูกต้อง

Your score is

The average score is 66%

0%

โมดูล 2: Generative AI คืออะไร

ยินดีต้อนรับสู่โมดูลที่สอง ลองจินตนาการถึง AI ที่ไม่ได้แค่วิเคราะห์ข้อมูล แต่ยัง “สร้างสิ่งใหม่ๆ” ได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ภาพ เพลง หรือวิดีโอ และนี่แหละคือ Generative AI

Traditional AI กับ Generative AI

Traditional AI เป็นเหมือนกับนักสืบที่อ่านข้อมูลที่มีอยู่แล้ว ใช้กฎต่างๆเพื่อการตัดสินใจ เช่น การกรองอีเมลเพื่อหาสแปม หรือแอปพยากรณ์อากาศที่เดาว่าฝนอาจจะตก

 

แต่ในทางกลับกัน Generative AI เป็นเหมือนครีเอเตอร์ที่เรียนรู้จากตัวอย่างจำนวนมากจนนับไม่ถ้วน แล้ว “สร้าง” สิ่งใหม่ออกมาได้ เช่น เขียนเรื่องราวใหม่ๆ วาดแลนด์สเคป หรือ สร้างเพลงใหม่ๆได้

Types of generation

ปกติ Generative AI ทำงานหลักๆอยู่ 4 อย่าง

 

  • ข้อความ: เขียนเรื่องสั้น อีเมล หรือโค้ดต่างๆในโปรแกรม
  • ภาพ: วาดภาพ/เรนเดอร์รูปภาพต่างๆจากคำบรรยาย
  • เสียง: แต่งเพลงหรือสร้างเสียงที่อ่านออกเสียงได้
  • วิดีโอ: สร้าง หรืออนิเมตคลิปหรือฉากตามคำสั่งได้
 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ AI ไม่ได้ลอกหรือขโมยไอเดียแต่มันนำเอาสิ่งที่มันเรียนรู้มารวมกันเพื่อสร้างสิ่งใหม่ที่ไม่เหมือนใคร

การนำมาใช้งานจริงในวันนี้

เทคโนโลยีพวกนี้อยู่กับพวกเรามาตั้งนานแล้ว ทั้งการใช้ในงานออกแบบเพื่อสร้างโลโก้ ในการศึกษาที่ใช้เพื่อสร้างคำอธิบายเฉพาะให้เหมาะกับแต่ละคน ในการแพทย์ที่มีการจำลองภาพ และสายบันเทิงที่ใช้ในการสร้างเสียงเอฟเฟกต์หรือดนตรี

ตัวอย่างเช่น ChatGPT เพื่อเขียนข้อความ Midjourney เพื่อเจนภาพ และเครื่องมืออื่นๆที่ช่วยรวมเสียงเข้ากับตัววีดีโอ และมันเจ๋งตรงที่มีหลายเครื่องมือใช้บนมือถือได้ และบางตัวใช้ฟรีได้ด้วยซ้ำ

สรุป: Generative AI ไม่ได้แค่วิเคราะห์ แต่ยังสามารถ “สร้าง” ได้ด้วย นี่คือพลังของมัน เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว เรามาเริ่มกันด้วยตัว ChatGPT ซึ่งเป็น generative AIตัวที่คนนิยมใช้กันที่สุดดีกว่า

RAG คืออะไร แล้วมันดียังไง

ถ้า AI ไม่ได้แค่ “เดา” คำตอบ แต่มันไปค้นจากเอกสารจริงก่อน แล้วค่อยมาตอบล่ะ?

นี่แหละคือ RAG หรือ Retrieval-Augmented Generation

วิธีทำงานแบบสั้น ๆ:

 

  • คุณถามคำถาม
  • AI ค้นแหล่งที่เชื่อถือได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเป็นไฟล์บริษัท คู่มือ หรือรีพอร์ทล่าสุด
  • แล้วถึงค่อยสรุปเป็นคำตอบที่ชัดเจนและแม่นยำ จากสิ่งที่เพิ่งค้นเจอ


ให้คิดซะว่ามันเป็น “ผู้ช่วยรีเสิช” ที่ฉลาด และไม่ได้อาศัยความจำเพียงอย่างเดียว แต่มันยังไปเปิดเอกสารจริง อ่านส่วนที่เกี่ยวข้องกัน แล้วถึงอธิบายให้คุณเข้าใจได้แบบง่ายๆ ในแบบของคุณ

ถามว่ามันสำคัญยังไง

คำตอบแม่นยำกว่า เพราะอิงจากข้อเท็จจริง ไม่ได้เดา

ใช้เอกสารของคุณได้ ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย กฎ ระเบียบ ข้อมูลบริษัทของคุณ

ไม่มีการแต่งเรื่องขึ้นมาเอง ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่มักเกิดขึ้นได้ใน AI ทั่วไป

และหากมีการเปลี่ยนแปลง แค่อัปเดตเอกสารเข้าไปใหม่ ไม่ต้องสอนโมเดลใหม่หมดทั้งก้อน

เหมาะมากกับทั้งงานบริการลูกค้า ทีมกฎหมาย HR ไอทีซัพพอร์ต หรืองานไหนก็ตามที่ให้ความสำคัญในเรื่องความถูกต้อง

โมดูล 2 Generative AI คืออะไร

1 / 3

generative ai ต่างจาก traditional ai ยังไง

2 / 3

ข้อไหนคือตัวอย่างที่ generative ai สามารถสร้างได้

3 / 3

เครื่องมือตัวไหนเป็น generative ai ที่ใช้ข้อความเป็นหลัก

Your score is

The average score is 0%

0%

โมดูล 3: เริ่มต้นกับ Querix

สวัสดี ตอนนี้ที่เรารู้จัก Generative AI แล้ว มาลองใช้ Querix กันดีกว่า

 

สมมตว่าคุณมี “ผู้ช่วยดิจิทัล” ที่ไม่ได้แค่ตอบ แต่ “ลงมือทำ” งานให้คุณจริง ๆ ล่ะ? แพลตฟอร์มรวมเอเจนต์เกิดขึ้นจริงแล้ว และไปไกลกว่าการเป็นแค่บอทถาม-ตอบทั่วไปด้วย

 

เรื่องงาน: จัดประชุม ทำรีพอร์ท และวิเคราะห์ข้อมูล
เรื่องส่วนตัว: วางแผนทริปวันหยุด จัดการเรื่องการเงิน จองนัดแพทย์

 

เอเจนต์ทำงานร่วมกันเป็นทีม ในขณะที่คนหนึ่งดูงบ อีกคนวางแผนทริปให้เหมาะกับที่เราจ่ายไหว นี่คือเทคโนโลยีปัจจุบันที่ไม่ได้แค่ตอบแต่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้นได้จริง

 

เราจะดู 3 เรื่องสำคัญ: สมัครและเข้าใช้อย่างปลอดภัย, สำรวจหน้าต่างๆ, และเริ่มใช้งานจริง

Signing up and logging in safely

เริ่มจากการไปที่เว็บไซต์ออฟฟิเชี่ยลของ Querix แล้วกด “สร้างบัญชีใหม่” และสร้างบัญชีด้วยอีเมล Google หรือ Apple แล้วตั้งรหัสผ่านให้รัดกุมโดยมีตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์

ยืนยันอีเมลให้เรียบร้อยและสามารถเริ่มใช้งานได้เลย ที่สำคัญ ต้องเข้าใช้งานผ่านเว็บ หรือแอปออฟฟิเชี่ยลเท่านั้น ตรวจชื่อแอปให้ถูกต้องก่อนดาวน์โหลดหรือใส่ข้อมูลที่สำคัญ และอย่าแชร์รหัสผ่านให้ใครเด็ดขาด

สำรวจหน้าต่างๆ

เมื่อเปิดบนเว็บ จะเห็นแถบซ้ายเป็นประวัติแชตและปุ่มเริ่มแชทใหม่ ตรงกลางคือช่องพิมพ์คุยเหมือนแชททั่วไป ทุกอย่างถูกออกแบบให้เรียบง่าย

โมดูล 3 เริ่มใช้ Querix

1 / 3

อะไรคือขั้นตอนสำคัญในการลงทะเบียนอย่างปลอดภัยบน Querix

2 / 3

คุณจะเห็นอะไรบนหน้าเว็บของ Querix

3 / 3

อะไรคือข้อแตกต่างระหว่างแพลตฟอร์มเอเจนต์และแชทบอททั่วๆไป

Your score is

The average score is 0%

0%

โมดูล 4:การโต้ตอบแบบเบสิคกับ Querix

เจอกันอีกแล้ว ในตอนนี้ที่เรารู้แล้วว่าลงชื่อเข้าใช้ยังไง ก็ได้เวลามาดูการใช้ Querix ให้เกิดประโยชน์

เราจะคุยกัน 3 เรื่อง: ถามเรื่องอะไรได้บ้าง, จะเขียนคำสั่ง (พรอมป์ต์) ยังไงให้ได้คำตอบที่ดีขึ้น, และแนวทางการใช้ที่ดีพร้อมตัวอย่าง

ถามเรื่องอะไรได้บ้าง

จริงไถามได้เกือบทุกอย่างเลย ตั้งแต่ “เมืองหลวงของฝรั่งเศสคืออะไร” ไปจนถึง “ขอสูตรเค้กช็อกโกแลตทำง่าย” มันยังช่วยอธิบายเรื่องยาก ๆ ให้เข้าใจง่ายได้ด้วย เช่น อธิบายภาวะโลกร้อนแบบง่าย หรือจะขอไอเดียก็ได้เช่น เขียนมุขตลกเกี่ยวกับแมวให้หน่อย กุญแจสำคัญคือ “ต้องถามให้ชัดเจนและสุภาพ”

วิธีเขียนพรอมป์ต์ให้ได้ผล

พรอมป์ต์คือ “คำสั่ง” ที่ส่งให้ AI ยิ่งเขียนชัด คำตอบยิ่งดี
ตัวอย่างเช่นแทนที่จะพิมพ์ว่า “เล่าเรื่องเกี่ยวกับสุนัข” ให้พิมพ์ว่า “ขอพันธุ์สุนัขตัวเล็ก 3 พันธุ์ที่เหมาะกับคอนโด พร้อมเหตุผล”

ยังใส่รายละเอียดเพิ่มได้อีก เช่น “อธิบายเป็นภาษาไทยพร้อมมีตัวอย่างสำหรับเด็ก” ถ้าไม่ชอบคำตอบ ให้สั่งปรับปรุงได้ ให้คิดว่า ChatGPT เป็นเหมือนผู้ช่วยคนนึงที่คุณต้องสั่งงานและให้ขั้นตอนที่ชัดเจน

Best practices and examples

ควรตรวจคำตอบก่อนนำไปใช้จริง AIยังคงมีข้อผิดพลาดอยู่บ้างหรือบางทีก็ข้อมูลที่อาจไม่มีจริงได้ รวมถึงควรเก็บแชทที่มีประโยชน์ เริ่มจากงานเล็ก ๆ ง่ายๆก่อน

ตัวอย่างเช่น:
  • พร้อมพท์ว่า “ช่วยเขียนอีเมลขอลาพักร้อนแบบสั้น”
    ผลลัพธ์ที่ได้คือ แบบร่างที่นำไปปรับต่อได้ทันที
  • พร้อมพท์ว่า “แก้ประโยคนี้: The cat is in the house.”
    ผลลัพธ์จะได้เป็นคำแนะนำเพื่อนำไปแก้ไข

อย่าลืมว่า AI เป็นเครื่องมือซัพพอร์ท ไม่ใช่ตัวที่จะมาทำงานหรือตัดสินใจแทนคุณ และนี่คือวิธีการอินเทอร์แอคกับ querix ในบทถัดไป เราจะมาดูการใช้ในการเขียนเชิงสร้างสรรค์และมีประโยชน์ในชีวิตประจำวัน

โมดูล 4 การโต้ตอบแบบเบสิคกับ Querix

1 / 3

พร้อมพท์คืออะไร

2 / 3

อะไรคือข้อควรปฏิบัติในการใช้ ChatGPT

3 / 3

คำถามแบบไหนที่สามารถถาม ChatGPT ได้

Your score is

The average score is 0%

0%

โมดูล 5: ใช้ Querix ทำงานเขียนให้เร็วขึ้น

ยินดีต้อนรับ ตอนนี้ที่คุณเข้าใจแล้วว่าจะอินเทอร์แอคกับquerix ยังไง มาดูกันดีกว่าว่ามันจะช่วยให้คุณเขียนได้เร็วขึ้นและดีขึ้นได้ยังไง

เราจะดู 3 ส่วน: การเขียนอีเมล/เขียนจดหมาย/สรุป, แปลและตรวจแก้, และขอไอเดียเพื่อการเรียน/งาน/ชีวิตส่วนตัว

การเขียนอีเมล จดหมาย และสรุปต่างๆ

Querix สามารถเป็นผู้ช่วยในงานเขียนได้ ตัวอย่างเช่น:
  • “ช่วยเขียนอีเมลแบบมืออาชีพเพื่อนัดประชุมทีมเรื่อง Project X”
  • “ช่วยเขียนจดหมายรับรองเพื่อนที่กำลังสมัครงานฝ่ายขาย”
  • “สรุปบทความสุขภาพนี้ภายใน 100 คำ”

ที่สำคัญคือควรให้รายละเอียดเล็กน้อยเพื่อให้ข้อความฟังดูเหมือนมาจากเรา และอย่าลืมที่จะตรวจทานก่อนส่ง

แปลภาษาและตรวจแก้

งานแปลนั้นง่าย คุณสามารถสั่งว่า แปลประโยคนี้เป็นภาษาอังกฤษ:
Hola, ¿cómo estás?”หรือถ้าจะให้ละเอียดขึ้น เช่น แปลพารากราฟนี้จากสเปนเป็นฝรั่งเศสโดยใช้ภาษาทางการ

เพื่อการแก้คำ คุณอาจลองสั่งให้ แก้ประโยคนี้ I goes to the stores yesterday แล้ว AI จะปรับแกรมม่าและเสนอคำแนะนำที่ควรแก้ให้ ซึ่งมีประโยชน์มากๆในการใช้เขียนอีเมล รีพอร์ท หรือ เรียงความ

ไอเดียเพื่อการเรียน งาน หรือชีวิตประจำวัน

Querix ยังสามารถเป็นแหล่งที่ช่วยให้คิดงานออกได้อีกด้วย
  • เพื่อการเรียน “ขอหัวข้อเรียงความเกี่ยวกับประวัติอินเทอร์เน็ต พร้อมบทนำ โครงเรื่อง และข้อสรุป”
  • เพื่อการทำงาน “ช่วยหาไอเดียพรีเซนต์สินค้าใหม่สำหรับทีมขาย”
  • เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน“ช่วยวางแผนออกกำลังกายสำหรับมือใหม่หนึ่งสัปดาห์”

วิธีที่ดีที่สุดคือการใช้คำแนะนำที่ได้จาก AI มาเป็นสารตั้งต้นแล้วเพิ่มความเป็นตัวเองเข้าได้

Querix และ Templated-Actions ต่างๆที่พร้อมทำงานให้แบบอัตโนมัติ

แอคชั่นเหล่านี้คือเครื่องมือที่ตั้งค่าไว้แล้ว ที่จะมาช่วยทำงานที่ซับซ้อนได้ในไม่กี่คลิกโดยไม่ต้องมีการตั้งโปรแกรมอะไรให้ยุ่งยาก เช่น สามารถสร้างรายงาน ทำสไลด์ วิเคราะห์เอกสาร หรือแปลงข้อมูลเป็นแดชบอร์ดได้ในไม่กี่นาที

แพลตฟอร์มนี้ช่วยลดการทำautomationในฝั่งผู้ใช้ ทำให้ไม่ว่าจะเป็นใครมาจากไหนก็สามารถใช้งานเอเจนต์เหล่านี้ได้โดยมีต้องรู้เรื่องเทคนิคมาก่อน จากการเขียนสัญญาแบบเฉพาะบุคคลไปจนถึงการวิเคราะห์ยอดขาย ทุกแอคชั่นนี้ถูกดีไซน์ขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในโลกใบนี้ นั่นคือ การเปลี่ยนงานน่าเบื่อให้กลายเป็นงานที่เสร็จเร็วและถูกต้อง

โมดูล5 โมดูล 5: ใช้ Querix ทำงานเขียนให้เร็วขึ้น

1 / 3

ChatGPT ทำอะไรได้บ้างกับบทความยาวๆ

2 / 3

มันช่วยแก้คำสะกดได้อย่างไร

3 / 3

ในสถานการณ์ไหนที่มันจะช่วยให้ไอเดียที่เป็นประโยชน์ได้

Your score is

The average score is 0%

0%

โมดูล 6: ก้าวแรกqในการสร้างภาพด้วย AI

เจอกันอีกครั้ง ถ้าคุณเคยอยากที่จะวาดหรือดีไซน์ภาพโดยไม่มีประสบการณ์มาก่อน บทนี้นี่เกิดมาเพื่อคุณเลย AI สามารถสร้างภาพต่างๆจากคำบรรยายไม่กี่คำ

เราจะดูกัน 3 เรื่อง มันคืออะไรและทำงานยังไง ต้องใช้ตัวไหน และ ตัวอย่างที่ใช้ได้เลยเพื่อการสร้างภาพแรกของคุณ

มันคืออะไร แล้วทำงานยังไง

AI ที่ใช้ในการเจนภาพจะใช้พร้อมพท์หรือคำบรรยายที่เขียนไว้ไปเปลี่ยนให้มันกลายเป็นภาพใหม่ มันไม่ได้ลอกเลียนแบบนะ แต่มันรวมหลายๆอย่างที่มันเรียนรู้จากตัวอย่างนับล้านเข้าด้วยกันแล้วสร้างออกมาเป็นสิ่งใหม่

เช่น ถ้าคุณเขียนว่า ป่าอันงดงามยามพระอาทิตย์ตกดิน AI ก็จะสร้างภาพใหม่ขึ้นมาที่เกี่ยวกับซีนนี้

เครื่องมือแนะนำสำหรับมือใหม่

นี่คือ 3 ตัวเลือกที่เหมาะกับมือใหม่

  • DALL·E ซึ่งฝังอยู่ใน ChatGPT Plus เหมาะกับการพร้อมพท์เชิงสร้างสรรค์
  • Canva ที่มากับ Magic Studio เหมาะมากกับการรวมภาพต่างๆเข้ากับดีไซน์พร้อมใช้ที่มีให้แล้ว
  • Bing Image Creator ตัวนี้ใช้ฟรีถ้ามีแอคเคาท์กับ Microsoft ใช้ง่ายและอยู่บนเบราวเซอร์อยู่แล้ว

ลองทำจริงกันดีกว่า 

มาลองกันแบบเป็นขั้นเป็นตอนบน Bing Image Creator

    1. ไปที่ bing.com/create และล็อกอิน
    2. พิมพ์พรอมป์ต์ง่าย ๆ: “สุนัขเล่นบนชายหาด ในสไตล์การ์ตูน”
    3. กด Generate แล้วรอไม่กี่วินาที
    4. เลือกรูปที่ชอบและดาวน์โหลด

    ถ้ารูปที่ได้ยังไม่โดนใจ ให้ปรับพรอมป์ต์ใหม่ โดยอาจจะเพิ่มรายละเอียด เช่น “สีสด” หรือ “สไตล์สีน้ำ”

    เห็นมั้ย ว่าการเจนภาพจาก AI นั้นง่ายดาย แต่ก่อนที่เราจะไปกันต่อ ต้องอย่าลืมที่จะใช้เครื่องมือเหล่านี้อยากมีจรรยาบัน และ ปลอดภัย

โมดูล 6 generative ai เพื่อการสร้างภาพ

1 / 3

generative ai ทำหน้าที่อะไร

2 / 3

เครื่องมือตัวไหนในที่นี้ใช้เพื่อสร้างภาพด้วย AI

3 / 3

ทำอะไรได้หากไม่ชอบรูปที่ได้ออกมา

Your score is

The average score is 0%

0%

โมดูล 7: จริยธรรม ความปลอดภัย และข้อจำกัดของ AI

ยินดีต้อนรับสู้บทหลัก AI นั้นทรงพลังแต่ก็เหมือนเครื่องมืออื่นๆ ที่ต้องมีการใช้อย่างมีความรับผิดชอบ มาคุยกันเรื่องจริยธรรม ความปลอดภัย และ วิธีเลี่ยงข้อผิดพลาดกันดีกว่า

การคำนึงถึงจริยธรรม

จริยธรรมในที่นี้หมายถึงการใช้ AI เพื่อช่วย ไม่ใช่เพื่อทำลาย เช่น อย่าสร้างข่าวปลอม เนื้อหาที่ละเอียดอ่อนหรือทำให้คนเข้าใจผิด ถ้าใช้ในงาน/โปรเจกต์ ควรให้เครดิตแหล่งที่มา และไม่อ้างว่าเป็นผลงานของเราล้วน ๆ

นอกจากนี้ โมเดลอาจสะท้อนอคติและความลำเอียงจากข้อมูลถูกสอนมา จึงควรอ่านและตรวจทานผลลัพธ์อย่างมีวิจารณญาณ

ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล

ใส่ข้อมูลเท่าที่จำเป็นเท่านั้นตอนใช้ AI อย่าใส่ข้อมูลที่สำคัญ เช่น หมายเลขบัตรเครดิตหรือที่อยู่ส่วนตัว ใช้แพลตฟอร์มทางการเท่านั้น เปิดยืนยันตัวตนสองชั้น และตรวจสิทธิ์เข้าถึงของแอป และตรวจการอนุญาติเข้าใช้ของแต่ละแอปเสมอ ไม่จำเป็นที่จะต้องกดอนุญาติทุกอย่าง

การใช้ผิดและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

สิ่งนึงเลยที่คนพลาดบ่อยๆ อย่าเชื่อทุกอย่างที่ AI บอกโดยไม่เช็คก่อน โดยเฉพาะเรื่องสำคัญอย่างสุขภาพ การเงิน หรือกฎหมาย อีกเรื่องนึงคือ อย่าทำดีพฟเฟกต์หรือเนื้อหาหลอกลวงโดยสิ้นเชิง

สรุป: AI เป็นผู้ช่วยที่ดี ถ้าใช้อย่างมีจริยธรรม ปกป้องข้อมูลส่วนตัว และตรวจสอบข้อมูลก่อนใช้งานเสมอ ถ้าเข้าใจแล้วล่ะก็ ไปกันต่อในบทสุดท้าย กับบทที่เราจะมาดูกันว่าจะนำทุกอย่างนี้มาใช้ในทุกๆวันได้ยังไง

โมดูล7 จริยธรรม ความปลอดภัย และ ข้อจำกัดของ Ai

1 / 3

การใช้ AI อย่างมีจริยธรรมคืออะไร

2 / 3

ข้อมูลส่วนตัวข้อไหนที่ไม่ควรใส่เข้าไปใน AI

3 / 3

ข้อผิดพลาดข้อใดที่คุณควรหลีกเลี่ยง

Your score is

The average score is 0%

0%

โมดูล 8: นำ AI ไปใช้ในชีวิตประจำวัน

และแล้วเราก็มาถึงบทสุดท้าย ตอนนี้คุณก็เข้าใจเบสิคของ generative AI แล้ว มาดูกันดีกว่าว่าจะนำมาใช้จริงในทุกๆวันได้อย่างไร

เรียนรู้ด้วยตัวเอง

มีคอร์สและวิดีโอฟรีมากมายเพื่อเรียนรู้ต่อในด้านนี้
  • คอร์สพื้นฐานทั่วไป เช่น องค์ประกอบของ AI
  • คลิปสอนพร้อมพ์บนยูทูป
  • กลุ่มชุมชนถาม-ตอบบนโซเชียลหรืออย่างพันทิปที่ตั้งโพสต์ถามได้

สิ่งที่ควรทำคือการลองฝึกใช้ AI วันละราวๆ 10 นาทีอาจลองตั้งเป้าเล็ก ๆ เช่น “จะหาลองพรอมป์ต์ใหม่ๆทุกอาทิตย์” อย่าลืมว่ามี AI เพราะฉะนั้นคุณยังคงเรียนรู้ได้เรื่อยๆหรือแม้จะให้มันช่วยแนะนำหัวข้อใหม่ ๆ ที่อยากเรียนรู้ก็ได้

มองหางานซ้ำ ๆ ให้ AI ช่วย

AIมีประโยชน์และช่วยได้เยอะมากกับงานที่ทำซ้ำๆ คุณสามารถให้มันช่วย
  • จัดตารางของอาทิตย์นี้ให้เป็นตารางง่ายๆ
  • เขียนร่างอีเมลเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม
  • ทำแผนการใช้เงินเพื่อทริปเที่ยวทะเล

ถ้าเป็นงานที่ทำเหมือนเดิมซ้ำๆบ่อยๆและกินเวลา อย่าลืมลองใช้ AIในการทำงานล่ะ

ดูว่าเมื่อไรควรใช้ไม่ควรใช้

AI ดีมากกับการเร่งสปีดตอนทำงานคิด-เขียน-ค้นข้อมูล แต่มันมีข้อจำกัดของมันอยู่คือ มันยังแทนรือเข้าใจความรู้สึกของมนุษย์ จึงไม่ควรใช้กับการตัดสินใจเรื่องสำคัญ เช่นในด้านกฎหมายหรือการแพทย์ ต้องให้มนุษย์เป็นคนตัดสินใจเท่านั้น

ใช้ AI เป็นตัวเสริมเท่านั้น ไม่ใช่ตัวแทน หากงานนั้นๆต้องใช้ความละเอียดอ่อนของมนุษย์ หรือต้องมีการรับผิดชอบโดยตรง คุณควรทำงานนั้นๆด้วยตัวเอง

สรุปคือ อย่าหยุดที่จะเรียนรู้ ใช้ AI ในงานที่ทำซ้ำบ่อยๆ และสังเกตว่างานไหนควรใช้มันหรืองานไหนควรทำเอง ยินดีด้วยนะที่อยู่มาจนถึงบทนี้

โมดูล8 การนำ AI มาใช้จริงในชีวิตประจำวัน

1 / 3

ข้อใดคือสิ่งที่ควรทำในการเรียนรู้ AI

2 / 3

งานแบบไหนที่เหมาะกับการใช้ AI

3 / 3

ตอนไหนที่ไม่ควรใช้ AI

Your score is

The average score is 0%

0%